Liquid Network ถูกแฮก ถอน Bitcoin มูลค่ากว่า 320 ล้านดอลลาร์ ก่อนระงับธุรกรรมใหม่
วงการคริปโทเคอร์เรนซีเผชิญเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่อีกครั้ง หลัง Liquid Network เครือข่ายชำระเงินและโอนสินทรัพย์ที่ทำงานบนพื้นฐานของ Bitcoin เปิดเผยว่า Bitcoin มูลค่าประมาณ 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถูกถอนออกจากกระเป๋า Federation Wallet ของเครือข่าย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ ก่อนมีรายงานเผยแพร่ในวันที่ 7 กันยายน 2569 โดย Liquid Network ระบุว่า Bitcoin ประมาณ 4,000 BTC จากทั้งหมดราว 4,200 BTC ที่เก็บอยู่ในกระเป๋า ถูกถอนออกโดยกลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นแฮกเกอร์สายขาวหรือ White Hat Hacker
Liquid Network คืออะไร?
Liquid Network เป็นเครือข่ายแบบ Sidechain ที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยให้การโอน Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลทำได้รวดเร็วและมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยเฉพาะการทำธุรกรรมระหว่างศูนย์ซื้อขาย ผู้ให้บริการกระเป๋าคริปโท และสถาบันการเงิน
ผู้ใช้งานสามารถนำ Bitcoin เข้าไปใช้งานบนเครือข่าย Liquid ผ่านสินทรัพย์ที่เรียกว่า Liquid Bitcoin หรือ L-BTC ซึ่งมีมูลค่าผูกกับ Bitcoin ในอัตราใกล้เคียง 1 ต่อ 1
กระเป๋า Federation Wallet จึงเป็นส่วนสำคัญที่ใช้ดูแล Bitcoin ซึ่งรองรับสินทรัพย์หมุนเวียนอยู่ภายในระบบ เมื่อ Bitcoin จำนวนมากถูกถอนออก เหตุการณ์นี้จึงอาจส่งผลต่อผู้ใช้งานและสภาพคล่องของเครือข่ายโดยตรง
Bitcoin ประมาณ 4,000 BTC ถูกถอนออก
Liquid Network เปิดเผยผ่านข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า มี Bitcoin ประมาณ 4,000 BTC ถูกถอนออกจากจำนวนทั้งหมดราว 4,200 BTC ที่เก็บอยู่ใน Federation Wallet คิดเป็นมูลค่าประมาณ 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ
ผู้ดำเนินการระบุว่าบุคคลที่ถอนสินทรัพย์อ้างว่าเป็น White Hat Hacker ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงนักวิจัยหรือผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยที่ค้นหาช่องโหว่เพื่อแจ้งเตือนเจ้าของระบบ ไม่ใช่เพื่อขโมยทรัพย์สิน
อย่างไรก็ตาม ขณะรายงานยังไม่มีข้อมูลยืนยันอย่างชัดเจนว่า ผู้ถอนสินทรัพย์เป็นแฮกเกอร์สายขาวจริงหรือไม่ รวมถึงมีแผนส่งคืน Bitcoin ที่ถูกถอนออกทั้งหมดหรือไม่
ธุรกรรมถูกดำเนินการผ่าน SideSwap
ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า Bitcoin ถูกถอนผ่าน SideSwap ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการถอนสินทรัพย์ออกจาก Liquid Network
Liquid Network ระบุเพิ่มเติมว่า กุญแจเข้ารหัสหรือ Cryptographic Key ที่ใช้ในกระบวนการไม่ได้ถูกเจาะหรือขโมยไป แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดว่า ผู้ก่อเหตุสามารถดำเนินการถอนสินทรัพย์จำนวนมากได้อย่างไร
ประเด็นนี้ทำให้ต้องมีการตรวจสอบต่อไปว่า เหตุการณ์เกิดจากช่องโหว่ของระบบ ขั้นตอนอนุมัติธุรกรรม การกำหนดสิทธิ์ หรือข้อบกพร่องในบริการที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย
Liquid Network ระงับธุรกรรมใหม่ทันที
หลังตรวจพบเหตุการณ์ Liquid Network ประกาศระงับการทำธุรกรรมใหม่เป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมและเปิดทางให้ทีมงานตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด
บริษัทแจ้งเตือนด้วยว่า กระเป๋าเงินที่ทำงานอยู่บน Liquid Network อาจได้รับผลกระทบ พร้อมกล่าวขอโทษผู้ใช้งานสำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น
ผู้ใช้ที่มีสินทรัพย์อยู่บนเครือข่ายควรหลีกเลี่ยงการส่งเงินหรือทำรายการเพิ่มเติมในช่วงที่ระบบยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และควรติดตามประกาศจากผู้ให้บริการกระเป๋าเงินหรือแพลตฟอร์มที่ใช้งานโดยตรง
เหตุการณ์นี้กระทบ Bitcoin หรือไม่?
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับ Liquid Network ซึ่งเป็นเครือข่าย Sidechain ไม่ใช่การเจาะระบบหลักของ Bitcoin โดยตรง จึงไม่ได้หมายความว่า Blockchain หลักของ Bitcoin ถูกแฮก
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในบริการที่นำ Bitcoin ไปฝากไว้กับระบบเสริม โดยเฉพาะระบบที่ต้องพึ่งพากลุ่มผู้ดูแล กระเป๋าส่วนกลาง หรือกระบวนการอนุมัติหลายขั้นตอน
ผู้ลงทุนจึงควรแยกให้ออกระหว่างความปลอดภัยของเครือข่าย Bitcoin กับความเสี่ยงของแพลตฟอร์ม กระเป๋าเงิน สะพานเชื่อม และ Sidechain ที่สร้างขึ้นมาทำงานร่วมกับ Bitcoin
ผู้ใช้งานควรทำอย่างไร?
ผู้ที่ใช้งาน Liquid Network ควรตรวจสอบสถานะธุรกรรมและยอดคงเหลือในกระเป๋าของตนเอง พร้อมงดการทำธุรกรรมจนกว่าจะมีประกาศว่าระบบกลับมาให้บริการตามปกติ
อย่าหลงเชื่อบุคคลที่ติดต่อเข้ามาโดยอ้างว่าสามารถช่วยกู้สินทรัพย์ได้ และไม่ควรเปิดเผย Seed Phrase, Private Key หรือรหัสผ่านให้บุคคลอื่น เพราะอาชญากรอาจใช้กระแสข่าวนี้สร้างเว็บไซต์ปลอมและส่งข้อความหลอกลวงผู้เสียหายซ้ำอีกครั้ง
สรุป
เหตุการณ์ที่ Bitcoin ประมาณ 4,000 BTC มูลค่าราว 320 ล้านดอลลาร์ ถูกถอนออกจาก Federation Wallet ถือเป็นบททดสอบสำคัญของ Liquid Network แม้ผู้ดำเนินการจะระบุว่ากุญแจเข้ารหัสไม่ได้ถูกเจาะ และผู้ถอนอ้างตัวว่าเป็นแฮกเกอร์สายขาวก็ตาม
ขณะนี้ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ Bitcoin จะถูกส่งคืนหรือไม่ ช่องโหว่เกิดขึ้นในส่วนใด ผู้ใช้งานจะได้รับผลกระทบมากเพียงใด และ Liquid Network จะกลับมาเปิดธุรกรรมได้เมื่อใด สามารถติดตามความคืบหน้าของข่าวคริปโทและความปลอดภัยไซเบอร์ได้ที่ COMSIAM NEWS
Comments
Post a Comment