จีนเร่งปั้น 4 ผู้ผลิตชิป AI ท้าชน Nvidia หวังลดการพึ่งพาเทคโนโลยีสหรัฐฯ
การแข่งขันในตลาดชิปปัญญาประดิษฐ์ทวีความรุนแรงขึ้น หลังผู้ผลิตชิป AI ของจีนกลุ่มที่ได้รับฉายาว่า “มังกรน้อยทั้งสี่” เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และระดมเงินทุน เพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดจาก Nvidia และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา
บริษัทในกลุ่มดังกล่าวประกอบด้วย Enflame Technology, Moore Threads, MetaX Integrated Circuits และ Shanghai Biren Technology โดยแต่ละบริษัทกำลังพัฒนาชิปประมวลผลสำหรับการฝึกและใช้งานโมเดล AI ภายในศูนย์ข้อมูล
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีความสำคัญต่อจีนอย่างมาก เนื่องจากตลาดชิป AI ภายในประเทศอาจมีมูลค่าประมาณ 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ข้อจำกัดการส่งออกจากสหรัฐฯ ทำให้บริษัทจีนเข้าถึงชิประดับสูงของ Nvidia ได้ยากขึ้น
Enflame ระดมทุนกว่า 900 ล้านดอลลาร์
บริษัทที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในช่วงนี้คือ Enflame Technology ผู้พัฒนาชิป AI ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Tencent และก่อตั้งโดยอดีตพนักงานของ AMD
Enflame เสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรกในตลาด STAR Market ของนครเซี่ยงไฮ้ โดยตั้งเป้าระดมทุนประมาณ 6,100 ล้านหยวน หรือราว 908 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การเสนอขายหุ้นได้รับความสนใจอย่างสูง โดยยอดจองซื้อหุ้นในส่วนออนไลน์มากกว่าจำนวนที่เปิดขายประมาณ 6,109 เท่า สะท้อนว่านักลงทุนคาดหวังว่าผู้ผลิตชิปจีนจะได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของ AI และนโยบายลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ
Enflame มีแผนนำเงินที่ได้ไปพัฒนาชิป AI รุ่นที่ห้าและหก รวมถึงระบบซอฟต์แวร์ที่จำเป็นสำหรับใช้งานชิปร่วมกับศูนย์ข้อมูลและบริการคลาวด์
ยอดขาย Enflame เติบโตมากกว่า 1,400%
รายงานระบุว่า Enflame ทำยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 1,475% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงความต้องการชิป AI ภายในประเทศจีนที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
Tencent ถือเป็นทั้งผู้ลงทุนรายสำคัญและลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท การสนับสนุนจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ช่วยให้ Enflame มีโอกาสนำชิปไปใช้งานจริงในศูนย์ข้อมูลและบริการ AI จำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม บริษัทผู้ผลิตชิปจีนหลายรายยังไม่สามารถทำกำไรได้ เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการวิจัย ออกแบบชิป พัฒนาซอฟต์แวร์ และเพิ่มกำลังการผลิต
การเติบโตของยอดขายจึงยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าบริษัทจะสร้างกำไรอย่างยั่งยืนในระยะสั้น
4 มังกรน้อยแห่งวงการชิป AI จีนมีใครบ้าง?
ผู้ผลิตชิปทั้งสี่รายถูกจับตามองว่าจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างระบบ AI ของจีน ได้แก่
1. Enflame Technology
Enflame ก่อตั้งขึ้นในปี 2561 มุ่งพัฒนาชิปประมวลผลสำหรับศูนย์ข้อมูล การฝึกโมเดล และการประมวลผล AI โดยมี Tencent เป็นผู้สนับสนุนรายสำคัญ
2. Moore Threads
Moore Threads พัฒนาหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือ GPU สำหรับงานหลายประเภท ตั้งแต่กราฟิกไปจนถึงปัญญาประดิษฐ์ บริษัทได้รับความสนใจอย่างมากหลังนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดเซี่ยงไฮ้
3. MetaX Integrated Circuits
MetaX มุ่งพัฒนาชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงสำหรับศูนย์ข้อมูลและระบบ AI พร้อมสร้างซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถนำโปรแกรมไปใช้งานกับชิปของบริษัทได้ง่ายขึ้น
4. Shanghai Biren Technology
Biren พัฒนาชิป GPGPU สำหรับงาน AI และ High-Performance Computing โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการคำนวณขนาดใหญ่ภายในศูนย์ข้อมูล
นอกเหนือจากบริษัททั้งสี่รายแล้ว จีนยังมี Huawei ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาดชิป AI ผ่านผลิตภัณฑ์ตระกูล Ascend
Nvidia ยังครองส่วนแบ่งตลาดสำคัญในจีน
แม้บริษัทจีนจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ Nvidia ยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาดชิป AI ของจีน โดยข้อมูลที่รายงานล่าสุดประเมินว่า Nvidia ยังมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ประมาณ 55%
จุดแข็งของ Nvidia ไม่ได้อยู่แค่ประสิทธิภาพของ GPU แต่รวมถึงระบบซอฟต์แวร์ CUDA ซึ่งได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในกลุ่มนักพัฒนา นักวิจัย และบริษัท AI ทั่วโลก
CUDA มีทั้งเครื่องมือ ไลบรารี และระบบสนับสนุนจำนวนมาก การเปลี่ยนจาก Nvidia ไปใช้ชิปยี่ห้ออื่นจึงอาจต้องแก้ไขซอฟต์แวร์และปรับกระบวนการทำงานใหม่ ทำให้ลูกค้าบางรายยังไม่ต้องการเปลี่ยนแพลตฟอร์มทันที
จีนต้องสร้างคู่แข่งของ CUDA
โจทย์ใหญ่ของผู้ผลิตชิปจีนไม่ใช่เพียงการสร้างฮาร์ดแวร์ที่มีความเร็วใกล้เคียง Nvidia แต่ต้องพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้งานง่ายและมีเครื่องมือครบถ้วนด้วย
Enflame, Moore Threads, MetaX และ Biren จึงต้องลงทุนสร้างแพลตฟอร์มของตัวเอง เพื่อให้โมเดล AI และโปรแกรมที่นักพัฒนาใช้อยู่สามารถย้ายมาทำงานบนชิปจีนได้
หากชิปมีประสิทธิภาพสูงแต่ติดตั้งยาก รองรับโปรแกรมน้อย หรือไม่มีเครื่องมือช่วยแก้ปัญหา ลูกค้าอาจยังเลือกใช้ Nvidia แม้จะมีราคาสูงกว่า
การแข่งขันระยะยาวจึงอาจตัดสินกันที่ระบบนิเวศซอฟต์แวร์ มากกว่าความเร็วของชิปเพียงอย่างเดียว
ชิปสำหรับ AI Inference อาจเป็นโอกาสของจีน
บริษัทจีนบางรายกำลังให้ความสำคัญกับชิปสำหรับ AI Inference หรือการนำโมเดลที่ฝึกเสร็จแล้วมาใช้งานจริง เช่น การตอบคำถาม การสร้างภาพ การแปลภาษา และการวิเคราะห์ข้อมูล
งาน Inference ต้องการชิปที่ประหยัดพลังงาน มีต้นทุนต่ำ และรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากพร้อมกัน ไม่จำเป็นต้องใช้ชิปที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดเหมือนขั้นตอนฝึกโมเดลทุกกรณี
ตลาดส่วนนี้จึงเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตจีนแข่งขันด้านราคา การใช้พลังงาน และการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับลูกค้าภายในประเทศ
ข้อจำกัดการส่งออกเร่งให้จีนพัฒนาชิปเอง
สหรัฐอเมริกาใช้มาตรการควบคุมการส่งออกชิปประสิทธิภาพสูงและอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์บางประเภทไปยังจีน ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง
มาตรการดังกล่าวจำกัดความสามารถของ Nvidia ในการจำหน่ายชิปรุ่นระดับสูงให้ลูกค้าจีน แต่ขณะเดียวกันก็กลายเป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลและบริษัทจีนลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีของตนเองมากขึ้น
หากผู้ผลิตภายในประเทศสามารถตอบสนองความต้องการได้เพียงพอ Nvidia อาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาดจีนเพิ่มเติม แม้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะยังมีประสิทธิภาพและระบบซอฟต์แวร์ที่เหนือกว่าคู่แข่งหลายรายก็ตาม
Nvidia จะถูกโค่นได้ทันทีหรือไม่?
แม้กระแสผู้ผลิตชิป AI จีนกำลังมาแรง แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า Nvidia จะถูกโค่นจากตำแหน่งผู้นำในเร็ว ๆ นี้
บริษัทจีนยังต้องพิสูจน์ความเสถียรของผลิตภัณฑ์ กำลังการผลิต ความเข้ากันได้กับซอฟต์แวร์ ต้นทุนต่อประสิทธิภาพ และความสามารถในการสร้างกำไร
นอกจากนี้ การผลิตชิปขั้นสูงยังต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อน ทั้งเครื่องจักร วัตถุดิบ หน่วยความจำความเร็วสูง และโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งไม่มีประเทศใดสามารถพัฒนาได้ทั้งหมดโดยง่าย
สรุป
การเติบโตของ Enflame, Moore Threads, MetaX และ Biren แสดงให้เห็นว่า จีนกำลังเดินหน้าสร้างอุตสาหกรรมชิป AI ของตนเองอย่างจริงจัง โดยมีทั้งเงินลงทุน ความต้องการภายในประเทศ และข้อจำกัดจากสหรัฐฯ เป็นแรงผลักดันสำคัญ
Nvidia ยังมีจุดแข็งจากชิปประสิทธิภาพสูงและระบบ CUDA แต่บริษัทจีนกำลังเร่งลดช่องว่างทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ หากทำสำเร็จ ตลาดชิป AI อาจแบ่งออกเป็นระบบนิเวศของจีนและตะวันตกอย่างชัดเจนมากขึ้น ติดตามข่าวชิป AI และเทคโนโลยีล่าสุดได้ที่ COMSIAM NEWS
Comments
Post a Comment